(ปล. ในทุกความสำเร็จ จะมีการสนับสนุน จากพี่ๆ ที่น่ารักที่อยู่เบื้องหลังนะครับ ต้องขออภัยหากไม่ได้เอ่ยนามทุกท่านนะครับ)
ช่วงที่ 1. ช่วงปี 2543-2550 เป็นช่วงชีวิตการทำงานที่กรมปศุสัตว์ หน้างานในตอนนั้นเรียกได้ว่าเป็น RA (Regulatory Affair) ผลงานที่ภาคภูมิใจสำคัญคือ ใบอนุญาตผลิตแผนปัจจุบันและใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา โดยการประสานและดำเนินการต่าง ๆ จนทำให้กรมปศุสัตว์สามารถขอใบอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบัน และดำเนินการขึ้นทะเบียนตำรับยาได้ 4 ทะเบียนตำรับ คือ FMD 3 ทะเบียน และ ND 1 ทะเบียน เหตุผลในความภูมิใจคือ เป็นสิ่งที่ม่สามารถดำเนินการได้มาก่อนหน้าที่จะมีเรา และเป็นมหากาพย์มายาวนานมาก และหลังจากย้ายหน้าที่ออกมาแล้วก็ยังเป็นตำนานอยู่อย่างนั้น
ช่วงที่ 1. ช่วงปี 2543-2550 เป็นช่วงชีวิตการทำงานที่กรมปศุสัตว์ หน้างานในตอนนั้นเรียกได้ว่าเป็น RA (Regulatory Affair) ผลงานที่ภาคภูมิใจสำคัญคือ ใบอนุญาตผลิตแผนปัจจุบันและใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา โดยการประสานและดำเนินการต่าง ๆ จนทำให้กรมปศุสัตว์สามารถขอใบอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบัน และดำเนินการขึ้นทะเบียนตำรับยาได้ 4 ทะเบียนตำรับ คือ FMD 3 ทะเบียน และ ND 1 ทะเบียน เหตุผลในความภูมิใจคือ เป็นสิ่งที่ม่สามารถดำเนินการได้มาก่อนหน้าที่จะมีเรา และเป็นมหากาพย์มายาวนานมาก และหลังจากย้ายหน้าที่ออกมาแล้วก็ยังเป็นตำนานอยู่อย่างนั้น
(เบื้องหลังการทำงานเป็นผลงานจากพี่ผกาซึ่งทั้งสวยและเก่งมาก )
ช่วงที่ 2. ช่วงปี 2550-2558 เป็นช่วงชีวิตการทำงานที่กองควบคุมยา หน้างานในตอนนั้นเรียกได้ว่าเป็น Regulator in Marketing Authorization ผลงานที่ภาคภูมิใจมี 2 ชิ้นด้วยกัน คือ การผลักดันการอนุญาตยาเพื่อใช้ในสถานการณ์ระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ (EUA) ซึ่งเป็นการผลิตและวิจัยในประเทศ และเป็นต้นแบบในการนำมาใช้ในการขึ้นทะเบียนตำรับยาในภาวะการระบาดของ COVID-19 ต่อมา และผลงานอีกชิ้นคือ การนำ eCTD มาใช้ในการขึ้นทะเบียนตำรับยา ซึ่งแม้ว่าผลงานชิ้นนี้จะไม่สามารถขับเคลื่อนได้เต็มที่เท่าไหร่ แต่ก็สามารถวางแนวทางการดำเนินการด้านอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการขึ้นทะเบียนตำรับยาให้สอดคล้องตามแนวทางของอารยประเทศ
ช่วงที่ 3 ช่วงปี 2558 - 2564 เป็นช่วงชีวิตที่ทำงานด้านข้อมูล มารและการวิเคราะห์ข้อมูล หน้างานเป็นสาย Data Scientist ที่เน้นด้าน Pharmaceutical Data Science ผลงานที่ภาคภูมิใจ คือ SAC (Surveillance of antibiotic Consumption) การนำข้อมูลจากรายงานประจำปีด้านยามาวิเคราะห์และสรุปเป็นรายงานการบริโภคยาต้าน ซึ่งผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่เริ่่มมีทีมงานเข้ามาช่วยพัฒนา ซึ่งนอกจากตัวเราเองที่เป็นกำลังสำคัญ ยังมีพี่ ๆ น้อง ๆ ที่ เข้ามาร่วมกันพัฒนารายงานนี้กันอีกด้วย ถือเป็นผลงานของทีมอย่างแท้จริง
อีกอย่างที่ภูมิใจคือ ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานที่เกี่ยวกับรายงานประจำปีเป็น electronic เต็มรูปแบบอีกด้วย
ช่วงที่ 4 เริ่มในปี 2564- ปัจจุบัน (2565) คาดว่าจะถึงปี 2567 เป็นช่วงชีวิตที่เหนื่อยมาก หน้างานเปลี่ยนเป็นสาย project management ที่ต้องขับเคลื่อนโครงการมาตรฐานข้อมูล และตกตะกอนความรู้เพื่อ ใช้ในการเรียน Ph.D. อีกด้วย ความภูมิใจก็ คือ การตัดสินใจเรียน ปริญญาเอก แบบนอกเวลา และต้องทำให้การงานและการเรียนนั้นสามารถไปด้วยกันได้ และเรียนโดยใช้ทุนตัวเอง (เอาบ้านไปกู้มาเรียน)
---------------------------------------------------------------------------------
นอกจากความภูมิใจในชิ้นงานสำคัญ ๆ ข้างต้นแล้ว ยังมีความภูมิใจที่ได้สร้างองค์ความรู้ในระหว่างทางได้แก่
1. การนำหลักการของ Regulatory Science มาใช้ในการพัฒนางานในหน่วยงานซึ่งช่วงนั้นไม่ค่อยมีคนรู้จักหรือพูดถึงมากนัก จนช่วงหลังก็มีความแพร่หลายมากขึ้นจนเป็นคำศัพท์ที่หลายคนใช้และกล่าวถึงมากขึ้น
2. พัฒนาหลักสูตรสำหรับการอบรมและการฝึกปฏิบัติงานด้านทะเบียนตำรับยา ให้มีรูปแบบเป็นทางการ และสามารถใช้ผลงานนั้นเพื่อสอบความรู้ความชำนาญได้อีกด้วย
3.เป็นคนแรกและริเริ่ม IDMP ในประเทศไทย โดยได้นำเสนอให้หลาย ๆ คน รู้จักและเห็นความสำคัญของมาตรฐานนี้
4.เป็นคนแรก ๆ ที่พยายามนำ Data Science มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน และพยายามทำให้การทำงานในหน่วยงานมีความเป็นวิชาการมากขึ้นตามแนวทางของ Data Science
-------------------------------------------------------------
อ้อ เรายังมีความภูมิใจในการทำงาน อีกนิด ที่ เป็นการทำงานกับทีมงาน และน่าประทับใจ ดังนี้
1. การปรับปรุงฐานข้อมูลอายุยากับน้องจอย จารุวรรณ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากระบบ E-logistics ไม่ต้องไปเปิดแฟ้มกระดาษ ที่เยินมากกกกก
2. เป็นฟันเฟืองตัวเล็ก ๆ ในการช่วยกันทำงานกับ ทีมงานยาชีว ในการขับเคลื่อนการทำให้หน่วยงานผ่าน WHO Prequalified of Vaccine ในสมัยที่เป็น 6 functions
3. เปลี่ยนผ่านการพัฒนาระบบสารสนเทศของหน่วยงาน ในรูปแบบที่เปลี่ยน Vender ผู้พัฒนาโปรแกรม กลางอากาศ (เปลี่ยนคนละเจ้า) ไม่เหลืออะไรให้ศึกษา นอกจาก Data ใน ฐานข้อมูล และ ER diagram ซึ่งถ้าไม่ได้ทีมพัฒนาระบบที่ช่วยกัน คงไม่มีทางสำเร็จ (แม้ว่าจะขลุกขลักบ้าง)
4. เป็นทีมงานที่วิเคราะห์ข้อมูล SAC (อันนี้กล่าวไปแล้วข้างต้น)
------------------------------------------------------
จากที่ได้นั่งสรุปผลงานที่คิดว่าควรจะพูดถึงนั้น ไม่ใช่ว่าจะอวดหรืออะไรหรอกนะครับ แต่อยากบันทึกไว้เป็นอักษรและทบทวนตนเอง เพื่อกำหนดทิศทางการทำงานของตัวเอง ต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น