วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2564

นิยายชีวิตที่ทำงาน ตอนที่ 1 โชคของเขา แต่กรรมของเรา

 วันนี้ มาลองเล่านิยายชีวิต ที่ทำงานกันดีกว่า


ในชีวิตการทำงาน ผมเชื่อว่า ทุกท่านต้องผ่านเจ้านายมาหลายรูปแบบ ทั้งดี ทั้งร้าย   ซึ่งวันก่อนผมเห็นเพื่อนของผมเล่าให้ฟังว่า เขาได้เจอเจ้านายแย่ ๆ อย่างไร  พอผมได้ฟัังแล้ว เลยอยากมาเล่าให้ เพื่อน ฟังต่อนะครับ

เรื่องมีอยู่ว่า

เพื่อนผม ทำงานอยู่หน่วยงานนึง ก็เป็นหน่วยงานราชการทั่วไป   ซึ่งคนที่ทำงานในหน่วยงานก็ทำใจระดับนึงแล้วว่า  หัวหน้าหน่วยที่มาจากการแต่งตั้งของผุ้บริหารระดับสุง นั้น พิจารณา จาก ความเหมาะสม หลาย ๆ ด้าน  ไม่ใช่แค่มองความสามารถอย่างเดียว

     เรื่องมันเริ่มขึ้น เมื่อขึ้นปีงบประมาณใหม่   ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานได้ว่างลง และเกิดโพยคนที่จะเป็น ผอ. ท่านใหม่  ซึ่งมีหลายคน  เจ้าเพื่อนผมมันเล่าว่า เมื่อพิจารณาโพย แล้ว หลายคน ก็ มีความสามารถที่ จะปกครองคนในหน่วยงานได้  แต่ มีอยู่ ท่านหนึ่ง  (ขอใช้นามสมมุติว่า   คุณ ดอน. ) เรียกว่ายังไม่มีความรอบด้านในการบริหาร  ถ้าได้เป็น หัวหน้าหน่วยงาน คงเปรียบเสมือนอาหารที่รสชาดไม่สมดุลแน่ๆ (ไม่อูมามิ)  

    แต่สุดท้ายโชคของเขา ก็ เริ่มขึ้น เมื่อปรากฎว่า ผู้บริหารระดับสูง ได้ คัดเลือกให้ คุณ ดอน.   กลายเป็น ผอ.ดอน.  อืมมมม  ตอนนั้นเพื่อนผม ยังไม่รู้ตัวหรอกนะ ว่า กรรมของมัน ได้ เริ่มขึ้นแล้ววววววววว......

    มาลองฟัง บางส่วนของวีรกรรม ที่ เรียกว่า เป็นกรรมของมัน  นะครับ

   1. มีความลำเอียง อย่างสุดโต่ง

             ทุกคนก็รู้ว่า ผู้บริหารทุกท่านย่อมมีลูกน้องคนสนิท  ไอ้ที่จะลำเอียงนิดหน่อย มันจะเเปลกตรงไหนใช่ม่ะ   แต่ขอบอกว่า ผอ ดอน ท่านนี้ สุดขั้วสุดติ่งมาก  หาก เรื่องไหนเกี่ยวข้องกับลูกน้องคนสนิทนั้น ผอ. ดอน แทบจะเป็นคนชี้แจงแทนทั้งหมด   หากทำงานล่าช้า ก็ แทบไม่มีความผิดอะไร เลย  ท่านผอ. ดอน ชี้แจงแก้ไข ให้หมด  และในเรื่องเดียวกันนะ แต่เกี่ยวกับ ลูกน้องคนอื่น   จะบอกว่า ไล่บี้ แทบตาย  ต้องให้ มาชี้แจง ต้องทำให้ได้  

         หรืออย่างในการประชุมไหนที่ท่าน ผอ.ดอน ไม่ได้เข้า  แต่ ทิศทางที่ประชุมเริ่มเป็นที่ไม่ถูกใจของลูกน้องคนสนิท    ลูกน้องคนสนิท จะเดินออกจากที่ประชุมไปสักครู่แล้วจะกลับมาในห้องประชุม พร้อมกัน หรือ ไล่ ๆ กับ ท่าน ผอ. ดอน

        ขนาดการทำงานยังเอียงขนาดนี้ คงไม่ต้องพูดถึงการประเมินเลื่อนเงินเดือนนะ หุ ๆๆๆ


2. เผด็จการการประชุม  

       การประชุมของหน่วยงานประจำเดือนนั้น เพื่อนผมบอกว่ามันน่าจะเรียกว่า การชี้แจงนโยบายประจำเดือนมากกว่า   เพราะในการประชุมมีคนพูดหลักแค่ ท่านเดียว คือท่าน ผอ.    ถ้าประชุม 3 ชั่วโมง  ท่าน ผอ. จะพูดไป สองชั่วโมงครึ่ง กว่า ๆๆ และยังนัดประชุมล่วงหน้าแค่ 2-3 วัน เท่านั้น  ประมาณว่าทุกท่านต้องว่างให้กับท่าน ผอ . เสมอ


3. ขโมยผลงานลูกน้อง (งานดีกรูทำ งานแย่ลูกน้องทำ)

       ความจริงมันก็ไม่ใช่เรืองแปลกหรอก ที่ ผอ. จะไม่รู้ในทุกเรื่อง แต่ เพื่อนมันบอกว่า ทุกครั้งการประชุม ทีม ผอ. ก็จะโยนให้ แต่ละคน คิดงาน  พอเสนอในที่ประชุมก็ติโน่นตินี่   พอผ่านไปสัก สองสามอาทิตย์  ท่าน ผอ.ดอน ก็ มาบอกว่า  ผม คิดออกแล้ว ให้ ทำอย่างนี้อย่างนั้น      ซึ่งที่ ผอ. บอกนั้น มัน คือ ความคิดตรู.....

      นอกจากนี้ พอ เรื่องที่ทำเริ่มเกิดผลกระทบในเชิงลบ  ท่าน ผอ . ดอน ก็ จะบอกว่า  ทำไมไม่เห็นมีใครบอกผม ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย....    

    หรือบางที นะ พูดกับเจ้าหน้าที่ และสั่งให้ทำ แต่ พอมีคนเข้าไปขอพบ เพื่อขอให้แก้ไข   ท่าน ผอ. กลับบอกว่า เจ้าหน้าที่เข้าใจผิดไปเอง ผมไม่ได้สั่งให้ทำแบบนั้น


4 โลเลและหลักลอย    

     "อย่ายึดอะไรกับนโยบาย หรือ คำมั่นที่ ผอ. ดอนให้ เพราะเปลี่ยนแปลงได้เสมอ" เจ้าพื่อนผม มันพูดประมาณนี้เลย ผมถามว่าทำไมล่ะ ไหนเล่ามาสิ  มันก็บอกว่า นโยบาย ผอ เปลี่ยนได้ตลอด ขึ้นอยู่กับว่า มีใครเข้าพบหรือเรียกพบบ้าง  ที่น่ากลัวคือท่านสามารถหาคำสวย ๆ หรู ๆ มาพูดทำให้เกิดความชอบธรรม ดูเหมือนว่าสิ่งที่แกพูดสุดอลัง เลยทีเดียว  แต่หากนั่งตรองดูจะเห็นว่า มีแต่การย้อนแย้งในตัวเอง

    แต่ข้อนี้ ก็ ฟังหูไว้หู นะ ยังไม่ได้ยิน เองสักที


     ฟังได้ ประมาณ 3-4 ประเด็น ผมก็ บอกว่า พอก่อนก็ได้ ค่อยมาเล่าใหม่   แต่ได้บทสรุปที่ ว่า ป็น บุญของเขาที่ได้เป้นผู้บริหารหน่วยงาน  แต่เป็นกรรมของเมิงที่อยู่ในหน่วยงานนั้นพอดี  ทำใจนะ

   แต่โชคดี นะเนี่ย หน่วยงานผมยังไม่ขนาดนี้  และหวังว่า จะไม่เป็น แบบนี้ นะ


จบเรื่องเล่า ตอนที่ 1 ไว้ ว่าง ๆ จะมาลงตอนต่อไป นะ