วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เมื่อเพื่อนผมป่วยหนัก

วันนี้ตื่นเช้ามาใจไม่ดีเลยครับ เป็นห่วงเพื่อน ที่ป่วยเป็นไข้ หนักมากเลย

ขอให้อาการมันดี ขึ้นทุกวันนะครับ
ผมน้ำตาซึม ตั้งแต่เช้าเลย

เฮ้อ ยังไม่เป็นไรซักหน่อย

หายใจลีกๆๆๆๆ

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

วันนี้ เศร้า อีกแล้วเรา
ถ้าเราหายไป คงไม่มีใครคิดถึงแน่เลย
ชีวิตเรา เรา ก็ ต้องดูแลเอง

วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2552

วันนี้เหนื่อยมากมายนัก เดินทางไป กทม
กลับมาเจอเรื่องเซ็งๆๆๆ
เบื่อมาก
วันนี้เหนื่อยเหลือเกิน

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2552

วันนี้เลือกตั้งคณะกรรมการรุ่นกัน ผม เกือบได้เป็น หัวหน้ากลุ่มวิชาการแล้ว
โชคดี มีพี่เเจ๊คอยู่ ที่อาวุโสมากกว่า ก็เลยให้เป็นประธานแทน

และก็ทดสอบสมรถนะทางกาย ก็ โอเคทุกอย่างนะ ยกเว้นเรื่อง ความอ่อนตัว
แย่จัง
ต้องปรับปรุงตัวแระ

วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2552

วันนี้เพิ่งกลับมาจากค่ายบุรฉัตร หลังจากท่เข้าไป สองวัน
ได้อยู่กลุ่มสีส้ม เป็นกลุ่มที่ฮามาก ๆๆ
ทำไรก็แย่ (แต่ก็ขำกันทุกคน)
เดินแผนที่เข็มทิศกลางคืน ก็หลงอยู่กลุ่มเดียว
ลูกโป่งน้ำก็แตก ก่อนกลุ่มอื่น
เล่นแข่งเเรลลี่ ก็เป้นที่โหล่
แสดงละครก็ไม่ขำ
เฮ้อ แต่ ก็ ขำ ๆๆ ครับ
ตื่นเช้ามาออกไปวิ่ง เกือบ สี่ กิโล เกือบต้องเดินต่ออีก สอง กิโล กว่า โชคดีที่มีน้องทหารรับขึ้นมอเตอร์ไซด์ เลยสบายไป 5555+
เออ ได้ปีนหน้าผาด้วยสินะ ได้แผลมาด้วยเลย
สนุกดี เรา ก็ทำได้ด้วย เยี่ยมมากเลยเรา
กลับมาก็หมดแรง
ได้มา สองแผล ที่เท้าจากผา ที่มือจากฐานแมงมุม
เฮ้อ

คุณครู เอาชุดมาให้ยืม ใส่แบบฟิตเปรียะ อืมมมม ไม่รู้จะว่าดี

วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2552

วันนี้เดินทางมาอบรมผูบริหารระดับต้น ที่ ราชบุรี
ตอนนี้เพิ่งมีรุมเมท
นั่งรถเลยป้ายอีกต่างหากเฮ้อ
เมื่อกี้พิมพ์ไปแล้วมันมีปัญหาเลยต้องมานั่งพิมพ์ใหม่
เฮ้อ
ไปกินข้าวตอน ห้าโมงเย็น ดีกว่า


ไปกินข้าวมา ทำกิจกรรม ก้สนุกดี
สรุปว่าเราอายุน้อยสุดเลยในการเข้าอบรมครั้งนี้
สงสัยจะซวยแน่เลย งานเข้า
พรุ่งนี้ กะว่าตื่นเช้าไปวิ่ง สักหน่อย
ต้องไปค่ายบุรฉัตรแต่เช้า
คงไม่ได้ออนไปสองวันเลยครับ

วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2552

วันนี้ตื่นเช้ามา ด้วยความอ่อนเพลีย นั่งเซ็ตคอม ที่ยืมมา ให้ต่อเน็ตกับมือถือได้ เตรียมไป ตจว สรุปว่า BT ที่มากับเครื่องมองไม่เห็นโนเกีย เลยต้องลง BT ใหม่ กว่าจะเสร็จก็เที่ยง ไปออกกำลังกาย กับเจ้าย่ง เล่นไหล่ กะท้อง ก่อนกลับแวะซื้อ KFC มากินที่ห้อง คนเดียวแบบเหงา ๆๆ พร้อมกับจัดของไปเรื่อย ๆๆ
เตรียมตัวไป ต่างจังหวัด เบื่อจังเลยครับ แต่ทำไงได้ ชีวิตเป้นอย่างนี้ ไม่มีใครดูแลหรือเห็นค่าเราเลย มองแต่ประโยชน์ที่จะได้จากเรา ผมเศร้านะ ที่จะต้องยอมรับความจริงออย่างนี้ แต่ว่าเมื่อเป้นความจริง ผมก็ต้องยอมรับให้ได้นะครับ
ผมไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ นะครับ ไม่อยากคุยกับผม ไม่อยากยุ่งกับผม รำคาญผม ผมไม่กวนก็ได้ ผม จะหายไปจากสารระบบชีวิต
ผมเป็นแค่ท่าน้ำ ที่ไว้รอช่วยคนเท่านั้นเอง ถึงเวลาก็ลืมผม ใช้ผมขึ้นลง แค่ความสบายในการลงเรือ เท่านั้น
เมื่อมีปัญหาจึงนึกถึงผม ผมคงเป็นได้เพียงเเค่นั้น

วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2552

วันนี้รู้สึกแย่จัง ผมคงต้องยอมรับ ว่าไม่มีใครข้างกายผม
ใช่ ไม่มีใครอยกมีกิจกรรมร่วมกับผมหรอก
ผม แส่ เข้า ไปทำไม ก็ ไม่รู้

สงกรานแห่งความจริง โหดร้ายจัง

วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2552

สงกรานต์เหงา ๆๆ

สงกรานต์ปีนี้ เหงาจังครับ ไม่มีใครชวนผมไปไหนเลย
แต่ใครจะไปกับผมล่ะ
เมื่อผมมันน่าเบื่อ ไปที่อื่นสนุกกว่าตั้งเยอะ
ผมจะดึงมาอยู่กับผมทำไม ดึงเข้ามาให้ทุกข์ทน แค่นั้นหรือ
พวกเค้าไปสนุกนะ เค้าอยากไปแบบนั้น ผมไม่ควรดึงไว้นี่หน่า
ใช่สิ ผมมันควรอยู๋คนเดียว

ผมควรอยู่ คนเดียว อย่าไปเรียกร้องอะไรเลยใช่ไหม
เสียงที่ผมเรียกร้อง มันมีแต่ทำให้ทุกสิ่งมันแย่ลง

ความจริง บางครั้งผมรูสึกว่า ให้ผมหายไปซะยังดีกว่า
รู้สึกดีกว่าสิ เพราะ ไม่ชวนผมเพราะเหตุผลว่าไม่มีผม ก็ยังดีกว่า ไม่ชวนผมเพราะไม่อยากชวนผม
ผมไม่ควรจัดเวลาให้แก่ใครเลย
ผมต้องจัดเวลาให้ตัวเองเท่านั้น

หากผมหายไปก็คงดี นะครับ
หายไปในความว่างป่าว
หายไปกับกาลเวลา

ผมไม่ใช่ตัวตลกนะครับ

วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2552

และแล้ววันนี้ ก็เศร้าอีกแล้วเรา ทำไงดีนะ จึงจะหายเศร้าได้
เฮ้ออ อยากหายไปจากโลกนี้จัง

วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2552

วันเด็ก ปี 52

และแล้วก็ผ่านวันเด็กอีกหนึ่งปี
วันนี้ นัดน้องที่อยู่ช่างศิลป์ ไปเที่ยวด้วย สนุกดี ครับ ไป นั่งคุยเรื่องลงมุก (ลายไทยนะ 555)
ก็หมดเวลาไป 1 วัน

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2552

เรื่องเศร้าของวันเดิมๆ

ตัวฉันน่ารังเกียจ ไม่น่าสัมผัส ไม่น่าดูแล ไม่น่าใส่ใจ ไม่น่าสนใจ เลย